
ไทย
เมืองหลวง: กรุงเทพมหานคร
วัดอรุณ
สรุปเนื้อหา ประวัติศาสตร์ · ภูมิศาสตร์ · สังคม
จากดินแดนกึ่งกลางเส้นทางการค้าจีน–อินเดีย สู่อาณาจักรโบราณอันรุ่งเรือง ผ่านยุคล่าอาณานิคม จนถึงการรวมตัวเป็น อาเซียน ในปัจจุบัน — สรุปครบทุกประเด็น อ่านเข้าใจง่ายในหน้าเดียว
01 ทำความรู้จัก
แต่ละประเทศมีเมืองหลวงและสิ่งก่อสร้างอันเป็นสัญลักษณ์ของตนเอง ลองสำรวจดูว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

เมืองหลวง: กรุงเทพมหานคร
วัดอรุณ

เมืองหลวง: เนปิดอว์
เจดีย์ชเวดากอง

เมืองหลวง: เวียงจันทน์
ประตูชัยเวียงจันทน์

เมืองหลวง: พนมเปญ
นครวัด

เมืองหลวง: ฮานอย
บานาฮิลล์ ดานัง

เมืองหลวง: กัวลาลัมเปอร์
ตึกแฝดปิโตรนาส

เมืองหลวง: สิงคโปร์
เมอร์ไลออน

เมืองหลวง: บันดาร์เสรีเบกาวัน
มัสยิดทองคำ

เมืองหลวง: จากาตาร์
บุโรพุทโธ

เมืองหลวง: มะนิลา
โบสถ์ซานออกัสติน

เมืองหลวง: ดิลี
อนุสาวรีย์ Cristo Rei
02 รากฐานของพัฒนาการ
ที่ตั้งระหว่างจีนกับอินเดีย ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นเส้นทางการค้าสำคัญและจุดแวะพักของเรือสำราญ บวกกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร จึงมีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นเหตุให้ชาติตะวันตกต้องการเข้ามายึดครองดินแดนแห่งนี้ในเวลาต่อมา
ตั้งอยู่ระหว่างจีนและอินเดีย เป็นเส้นทางค้าและจุดแวะพักของเรือสำราญที่เดินทางไปค้าขาย
การค้าที่รุ่งเรืองดึงดูดผู้คนหลายเชื้อชาติ หลายศาสนา หลายภาษา จนเกิดการหลอมรวมทางวัฒนธรรม
ความมั่งคั่งของทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ชาติตะวันตกต้องการเข้ามายึดครองเพื่อแสวงหาประโยชน์
ติดต่อกับประเทศจีน อินเดีย มหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลติมอร์
* มาเลเซียมีดินแดนทั้งบนแผ่นดินใหญ่ (คาบสมุทรมลายู) และบนเกาะบอร์เนียว

เขตที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เป็นเขตเกษตรกรรมหลักของประเทศ เช่น ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในกัมพูชาและลาว

มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ บางแห่งเป็นแหล่งน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ เช่น มาเลเซีย ภาคตะวันออกของไทย และชายฝั่งทะเลอันดามัน

เขตที่มีทรัพยากรธรรมชาติมีค่า เช่น อัญมณีและป่าไม้ พบเช่น ที่ราบสูงด้านตะวันออกของเมียนมาร์ (ที่ราบสูงฉาน)

ทั้งเขตเปลือกโลกสงบและเขตภูเขาไฟ ซึ่งมีดินอุดมสมบูรณ์ เช่น รัฐฉานในเมียนมาร์ และเกาะชวาในอินโดนีเซีย
พฤษภาคม – ตุลาคม
พัดจากมหาสมุทรอินเดียผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังจีน ทำให้เกิดฝนตกชุก
พฤศจิกายน – เมษายน
พัดจากจีนเข้ามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้อุณหภูมิต่ำและฝนตกน้อย
อุดมสมบูรณ์ทั่วภูมิภาค
ได้แก่ ป่าไม้ สัตว์ป่า แร่ธาตุ น้ำมัน ทรัพยากรดินและน้ำ — แทบไม่ต้องพึ่งพาดินแดนอื่น
03 พัฒนาการด้านการเมือง
พัฒนาการทางการเมืองแบ่งเป็น 4 ระยะหลัก โดยแต่ละระยะได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมต่าง ๆ
แนวคิด “สมมติเทพ” (กษัตริย์เปรียบดั่งเทพเจ้า) จากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และ “ธรรมราชา” (ปกครองโดยทศพิธราชธรรม) จากศาสนาพุทธ
แนวคิด “จักรพรรดิ” — เวียดนามเป็นประเทศที่รับวัฒนธรรมการปกครองแบบจีนมากที่สุด
ผู้ปกครองเรียกว่า “สุลต่าน” — อินโดนีเซียและมาเลเซียเป็นประเทศที่รับวัฒนธรรมอิสลาม
อิทธิพลของ ศาสนาคริสต์ — ฟิลิปปินส์รับวัฒนธรรมนี้จากสเปน
ประเทศเดียวในภูมิภาคที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก
ประเทศที่เคยตกเป็นอาณานิคมส่วนใหญ่ได้รับเอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา (ประชาธิปไตย) นำโดย USA กับโซเวียต (คอมมิวนิสต์) แผ่มาสู่ภูมิภาคนี้
บางประเทศทำสงครามกับประเทศแม่ เช่น เวียดนาม กับ ฝรั่งเศส ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง
เกิดสงครามภายในภูมิภาค เช่น สงครามเวียดนาม
3 ประเทศ
5 ประเทศ
1 ประเทศ
2 ประเทศ
04 พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของภูมิภาคมีพื้นฐานคือเกษตรกรรม อดีตมีเมืองท่องการค้าสำคัญ เช่น อาณาจักรศรีวิชัย สินค้าสำคัญได้แก่ ข้าว ยางพารา และดีบุก
ส่งออกข้าว น้ำมัน และผลผลิตจากป่าไม้ สู่ตลาดโลก
มีวัตถุดิบมากและค่าแรงต่ำ ทำให้เป็นฐานการผลิตของต่างชาติ และมีการรวมกลุ่มเศรษฐกิจเป็นเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)
05 พัฒนาการด้านสังคมวัฒนธรรม
แต่ละประเทศมีวัฒนธรรมและภาษาของตนเอง แต่เดิมติดต่อกับชาติอื่น เช่น จีนและอินเดีย จึงรับวัฒนธรรมเข้ามา เช่น ศาสนาที่มาจากอินเดีย
เมื่อพุทธศตวรรษที่ 24 อารยธรรมตะวันตกเริ่มแพร่หลายเข้ามา เช่น ศาสนาคริสต์ และการแพทย์สมัยใหม่
อาหารและสิ่งของจากจีน ผสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเทศ
แตะการ์ดแต่ละใบเพื่อเฉลย
06 พัฒนาการ · สมัยโบราณ
พบที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นหลักฐานมนุษย์โบราณที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค
พม่า ไทย ลาว กัมพูชา รับอารยธรรมอินเดียเป็นหลัก
เวียดนามเป็นประเทศที่รับอารยธรรมจีน ทั้ง 2 อารยธรรมจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อภูมิภาค
ทุกประเทศรับอารยธรรมอินเดีย ยกเว้นเวียดนาม ที่ได้รับอารยธรรมจีน
แพร่เข้าสู่ดินแดนหมู่เกาะทางใต้ของภูมิภาค
เริ่มยุคแห่งการค้าและอิทธิพลตะวันตก
07 รัฐและอาณาจักรโบราณ
แบ่งเป็น 4 กลุ่มรัฐตามที่ตั้ง — แตะแต่ละกลุ่มเพื่อดูรายละเอียดของอาณาจักร
ที่ตั้ง: ลุ่มน้ำอิรวดีและสาละวิน ไปจนถึงอ่าวเมาะตะมะ (เมียนมา)
ตั้งอยู่ในเส้นทางการค้าระหว่างจีนกับอินเดีย พบร่องรอยความเชื่อฮินดูและพุทธศาสนาเถรวาท ภายหลังเสียแก่พม่าและฟื้นฟูในนามหงสาวดี
ที่ตั้ง: เมียนมาตอนบน
ยึดครองพื้นที่จากชาวปยูและชาวมอญ สถาปนาโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ นับถือพุทธศาสนาและรับอิทธิพลจากมอญ ทำสงครามกับมอญมาตลอด ภายหลังถูกอังกฤษยึดครอง
ที่ตั้ง: ลุ่มน้ำเจ้าพระยารอบปากอ่าวไทย ภาคอีสานตอนล่าง ลุ่มน้ำปิง และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนชาติมอญ นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ต่อมาถูกครอบงำโดยอาณาจักรกัมพูชา และชนชาติพื้นเมืองเช่นชาวไทย
ที่ตั้ง: กัมพูชา (ทะเลสาบเขมร – ปากแม่น้ำโขง) · เมืองหลวง: วยาธปุระ
อาณาจักรเก่าแก่ที่สุด ประชากรเป็นชนเผ่ามลายู นำอารยธรรมอินเดียมาใช้ นับถือพระศิวะ พระพุทธศาสนา และบูชาพญานาค หมดอำนาจเพราะการแตกแยกภายใน
ที่ตั้ง: เวียดนามตอนกลาง
ประชากรเป็นชนเผ่าอินโดนีเซีย มีความสามารถในการเดินเรือ ทำสงครามกับญวนและกัมพูชาจนอ่อนแอ นับถือฮินดูและพุทธนิกายมหายาน
ที่ตั้ง: เวียดนาม (ลุ่มแม่น้ำแดง)
ประชากรคือชาวเวียดนาม ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 3 ถูกจีนยึดครองเป็นระยะ จึงมีรากฐานวัฒนธรรมจีนและปรัชญาขงจื๊อ พุทธศตวรรษที่ 15 หลุดพ้นจากจีน และพุทธศตวรรษที่ 24 กษัตริย์แห่งอันนัมรวมประเทศ (เมืองหลวง: เว้)
เดิมคืออาณาจักรเจนละ (แบ่งเป็นเจนละบกและเจนละน้ำ)
ขยายอาณาเขตกว้างไกลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 — สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 สร้างนครวัด และสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างนครธม
ที่ตั้ง: ลาว · กำเนิดจากตำนานหลวงพระบาง
เมืองหลวงอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง จนพุทธศตวรรษที่ 22 ตั้งศูนย์อำนาจใหม่ที่เวียงจันทน์ (แขวงศรีสัตนาคนหุต) ภายหลังดินแดนล่างแยกตั้งเป็นแขวงจำปาศักดิ์
ที่ตั้ง: รอบช่องแคบมะละกา · เมืองหลวงระบุแน่ชัดไม่ได้
ศูนย์กลางการค้าระหว่างอินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ จีน และรัฐอื่น ๆ ร่ำรวยจากการผูกขาดการค้าในฐานะพ่อค้าคนกลางและเก็บภาษีคุ้มครอง เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พุทธนิกายมหายาน พุทธศตวรรษที่ 18 เริ่มเสื่อมอำนาจจากสงคราม และจีนส่งเรือมาค้าขายเอง
ที่ตั้ง: เกาะชวา
เป็นคู่แข่งแย่งชิงอำนาจการค้ากับศรีวิชัย รับศาสนาฮินดูไศวนิกาย ขณะที่กษัตริย์นับถือพุทธนิกายมหายาน — หลักฐานสำคัญคือบุโรพุทโธ
ที่ตั้ง: เกาะชวา
พยายามเป็นผู้นำการค้าเครื่องเทศเพื่อต่อต้านมองโกลแต่ไม่สำเร็จ ผู้นำนับถือไศวนิกายผสมพุทธมหายาน สร้างสรรค์ศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบชวาแท้
ที่ตั้ง: เกาะชวา
เคดิริแยกตัวออกจากมะธะรัม มั่งคั่งจากการค้าเครื่องเทศ เป็นศูนย์กลางความรู้โดยเฉพาะด้านวรรณกรรม
ที่ตั้ง: เกาะชวา (ฝั่งตะวันออก)
ย้ายศูนย์กลางอำนาจมาชายฝั่งตะวันออกเพื่อควบคุมการค้าและหมู่เกาะใกล้เคียง แข่งขันกับพ่อค้ามุสลิม (อาหรับ เปอร์เซีย มัวร์) พุทธศตวรรษที่ 21 ผู้ปกครองเปลี่ยนไปนับถืออิสลาม แต่ไม่มีอำนาจควบคุมรัฐอื่น ชวาแตกแยกเป็นรัฐเล็ก และเผชิญการคุกคามของมหาอำนาจตะวันตก
ที่ตั้ง: ท้ายคาบสมุทรมลายู ตรงข้ามเกาะสุมาตรา
ควบคุมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบมะละกาได้สะดวก ตำนานกล่าวว่าผู้สถาปนาคือเชื้อสายเจ้านายไศเลนทร์ที่เคยปกครองศรีวิชัย เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคและฐานการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม
08 พัฒนาการ · สมัยใหม่
สมัยใหม่เริ่มขึ้นเมื่อโปรตุเกสยึดครองมะละกา พ.ศ. 2054 และผูกขาดการค้าเครื่องเทศ จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายอำนาจไปทั่วภูมิภาค — เพราะชาติตะวันตกต้องการยึดครองเมืองท่าและแหล่งเครื่องเทศ

เกือบทุกประเทศตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก ยกเว้นไทย — หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศต่าง ๆ จึงได้รับเอกราช
การเข้ามาของชาติตะวันตกทำให้การค้าขยายตัว — ระยะแรกคือพริกไทยและเครื่องเทศ ผลิตเพื่อการค้าและทำได้เสรี ต่อมามีดีบุก ยางพารา ไม้สัก ข้าว ฯลฯ กลายเป็นเศรษฐกิจเพื่อการค้า มีการใช้เงินตราและพัฒนาอุตสาหกรรมในบางประเทศ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ได้แก่ ยกเลิกระบบทาส ประชาชนมีเสรีภาพในการเลือกที่อยู่และประกอบอาชีพ มีการจัดการศึกษาแบบใหม่ในหลายประเทศ และประชาชนมีส่วนร่วมในการเมืองการปกครอง
09 พัฒนาการ · สมัยปัจจุบัน
สมัยปัจจุบันเริ่มขึ้นเมื่อเกิดสงครามเย็น พ.ศ. 2490–2534 ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างสหรัฐอเมริกา (ประชาธิปไตย) กับโซเวียต (คอมมิวนิสต์) — ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงท่าทีแตกต่างกัน ทั้งฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายคอมมิวนิสต์ และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
| ประเทศ | เมืองหลวง | การปกครอง | เศรษฐกิจหลัก |
|---|---|---|---|
| ไทย | กรุงเทพฯ | ประชาธิปไตย กษัตริย์เป็นประมุข | เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว |
| เมียนมาร์ | เนปิดอว์ | ประชาธิปไตย ประธานาธิบดีเป็นประมุข | เกษตรกรรม งานบริการ ท่องเที่ยว |
| ลาว | เวียงจันทน์ | สังคมนิยม ประธานประเทศเป็นประมุข | เกษตรกรรม งานบริการ ท่องเที่ยว |
| กัมพูชา | พนมเปญ | ประชาธิปไตย กษัตริย์เป็นประมุข | เกษตรกรรม งานบริการ ท่องเที่ยว |
| เวียดนาม | ฮานอย | สังคมนิยม ประธานาธิบดีเป็นประมุข | เกษตรกรรม งานบริการ อุตสาหกรรม |
| มาเลเซีย | กัวลาลัมเปอร์ | ประชาธิปไตย สุลต่านเป็นประมุข | เกษตรกรรม น้ำมัน อุตสาหกรรม |
| อินโดนีเซีย | จากาตาร์ | ประชาธิปไตย ประธานาธิบดีเป็นประมุข | เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว |
| สิงคโปร์ | สิงคโปร์ | ประชาธิปไตย ประธานาธิบดีเป็นประมุข | อุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ ธุรกิจการเงิน |
| ฟิลิปปินส์ | มะนิลา | สาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุข | เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว |
| บรูไน | บันดาร์เสรีเบกาวัน | สมบูรณาญาสิทธิราชย์ สุลต่านเป็นประมุข | น้ำมัน แก๊สธรรมชาติ |
| ติมอร์-เลสเต | ดิลี | ประชาธิปไตย ประธานาธิบดีเป็นประมุข | เกษตรกรรม |
วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ได้มีการก่อตั้งอาเซียน โดยมีประเทศร่วมก่อตั้ง 5 ประเทศ และปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 10 ประเทศ (ติมอร์-เลสเตยังไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่ม) โดยมีความร่วมมือกันในหลายด้าน
จัดทำปฏิญญากำหนดให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (พ.ศ. 2514) และจัดทำสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาค (TAC) ที่มีหลักการสำคัญ คือ เคารพอิสรภาพ ความเท่าเทียม และบูรณภาพแห่งดินแดน
พ.ศ. 2535 สมาชิกอาเซียนตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างกันโดยการลดภาษี ดึงดูดการลงทุนจากภายนอก และพัฒนาสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) — ตลาดและฐานการผลิตเดียว ที่สินค้า บริการ การลงทุน แรงงานมีฝีมือ และเงินทุนเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี
ดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น ด้านสตรีและเยาวชน (ขจัดความรุนแรงต่อสตรี) พัฒนาชนบทและขจัดความยากจน (เสริมสร้างรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย) ด้านสาธารณสุข (ร่วมป้องกันและขจัดโรค) และด้านการศึกษา (ทุนการศึกษา เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน โครงการแลกเปลี่ยน)
จัดตั้งเครือข่ายและโครงการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมวางแผนจัดการภัยพิบัติ ส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด และเสริมสร้างสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในเมือง
มีปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการช่วยเหลือกันเมื่อเกิดภัยพิบัติและข้อตกลงด้านการจัดการภัยพิบัติ เช่น เมื่อฟิลิปปินส์ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ประเทศสมาชิกได้รีบจัดส่งอาหารและเวชภัณฑ์ไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2551 ประเทศสมาชิกยอมรับกฎบัตรอาเซียน เปรียบเหมือนกฎหมายสูงสุดที่ทุกประเทศยอมรับและปฏิบัติร่วมกัน ทำให้อาเซียนเป็นเขตการค้าเสรี มีอำนาจต่อรองกับกลุ่มประเทศอื่น และตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนหมุนเวียนกันในประเทศสมาชิก
10 แหล่งมรดกโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ยูเนสโก (UNESCO) คือ องค์กรการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ — ผู้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก

ศาสนสถานของพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เป็นมรดกโลก พ.ศ. 2534
ศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นมรดกโลก พ.ศ. 2534
เมืองท่าโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เป็นมรดกโลก พ.ศ. 2542
ปราสาทหินขนาดใหญ่ เป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายมหายาน
เป็นมรดกโลก พ.ศ. 2535
“เมืองเก่าสุโขทัย” เคยเป็นราชธานีของอาณาจักรสุโขทัย ขึ้นทะเบียนร่วมกับอุทยานฯ ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร
เป็นมรดกโลก พ.ศ. 253411 ปริศนาท่องโลก
เลือกคำตอบที่ถูกต้องจากทั้งหมด 5 ข้อ — ตัวอย่างคำถามจากสไลด์ต้นฉบับ
คะแนน: 0 / 5
✔ ถูกต้อง! บรูไนพึ่งพาเศรษฐกิจจากน้ำมันและแก๊สธรรมชาติเป็นหลัก ต่างจากประเทศอื่นที่มีฐานเกษตรกรรม
✔ ถูกต้อง! กัมพูชาตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนสิงคโปร์ เมียนมาร์ และมาเลเซียตกเป็นของอังกฤษ
✔ ถูกต้อง! ชาติตะวันตกระยะแรกต้องการยึดครองเมืองท่าและแหล่งเครื่องเทศ ก่อนค่อย ๆ ขยายอำนาจไปทั่วภูมิภาค
✔ ถูกต้อง! การพัฒนาจาก AFTA สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สะท้อนความจำเป็นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ
✔ ถูกต้อง! สมัยปัจจุบันเริ่มขึ้นเมื่อเกิดสงครามเย็น พ.ศ. 2490–2534 ระหว่างประชาธิปไตย (สหรัฐฯ) กับคอมมิวนิสต์ (โซเวียต)